Your cart is currently empty!

ประวัติความเป็นมา
ศูนย์ศึกษาเรียนรู้ระบบนิเวศป่าชายเลนสิรินาถราชินี ตั้งอยู่ที่ตำบลปากน้ำปราณ อำเภอปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นศูนย์เรียนรู้ด้านการฟื้นฟูป่าชายเลนจากนากุ้งร้างแห่งแรกของประเทศไทย เดิมพื้นที่นี้เคยเป็นนากุ้งร้างในช่วงปี พ.ศ. 2524–2539 ต่อมาในปี พ.ศ. 2539 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ได้เสด็จฯ มายังวนอุทยานปราณบุรี และทรงห่วงใยต่อสถานการณ์ป่าชายเลนบริเวณปากแม่น้ำปราณบุรี ซึ่งส่งผลกระทบต่ออาชีพประมงของคนในพื้นที่
แบบอย่างของการฟื้นฟูธรรมชาติ
จากนากุ้งร้างกว่า 786 ไร่ กลายเป็นป่าชายเลนสมบูรณ์ ด้วยพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เป็นโครงการต้นแบบระดับประเทศด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม การปลูกป่าเป็นหนึ่งในวิธีการฟื้นฟูธรรมชาติที่ได้รับความนิยมและมีประสิทธิภาพสูง โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากการตัดไม้ทำลายป่า หรือไฟป่า การปลูกป่าช่วยเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพ ปรับสมดุลของระบบนิเวศ และช่วยลดปัญหาภาวะโลกร้อน นอกจากนี้ยังส่งเสริมให้พื้นที่มีความอุดมสมบูรณ์ สามารถรักษาความชุ่มชื้นในดิน และป้องกันการกัดเซาะของหน้าดิน
แหล่งเรียนรู้ธรรมชาติครบวงจร
ภายในมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติผ่านป่าโกงกาง จุดชมวิวหอชะคราม บ้านแมลง ลานศึกษาปูทะเล และกิจกรรมเพื่อการเรียนรู้ที่เหมาะสำหรับนักเรียน นักวิชาการ และประชาชนทั่วไป ในพื้นที่ชายฝั่งทะเล การฟื้นฟูแนวปะการังถือเป็นแบบอย่างสำคัญที่ช่วยรักษาความสมดุลของระบบนิเวศทางทะเล โดยมีการปลูกปะการังเทียมและการปลูกปะการังธรรมชาติกลับคืนมา เพื่อลดการสูญเสียของสัตว์น้ำและเสริมสร้างแหล่งอาหารของชุมชน การฟื้นฟูนี้ยังช่วยเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพและสนับสนุนการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ที่ยั่งยืน
ชุมชนมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์
ศูนย์ฯ ส่งเสริมให้คนในท้องถิ่นเข้ามามีบทบาท ทั้งในฐานะผู้ดูแล พิทักษ์ และถ่ายทอดความรู้ สร้างจิตสำนึกในการอนุรักษ์ป่าชายเลนอย่างยั่งยืนร่วมกับภาครัฐและเอกชนการฟื้นฟูธรรมชาติยังรวมถึงการส่งเสริมการเกษตรแบบยั่งยืนที่ลดการใช้สารเคมีและปรับปรุงดินด้วยวิธีธรรมชาติ เช่น การปลูกพืชคลุมดินและการใช้ปุ๋ยอินทรีย์ นอกจากนี้ยังมีการส่งเสริมการปลูกพืชพื้นเมืองที่เหมาะสมกับภูมิอากาศและดินท้องถิ่น เพื่อช่วยเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ทั้งยังช่วยรักษาความอุดมสมบูรณ์ของดินในระยะยาว
สามารถติดตามได้ที่


